“3 เทคนิคพิชิตใจลูกค้า” สไตล์นักบัญชี

ข่าวสารด้านบัญชีและภาษีอากร

ข่าวสารด้านบัญชีและภาษีอากร

เรามี 3 เทคนิคพิชิตใจลูกค้าสไตล์นักบัญชีมาฝาก เพื่อจะได้พิชิตใจลูกค้าและประสบความสำเร็จในการหาลูกค้าต่อไป

เชื่อว่ายุคสมัยนี้จะ “ฮาร์ดเซลล์” ขายของอย่างเดียวก็คงจะใช้ไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรทุกอย่างล้วนมีที่มาที่ไปและความน่าเชื่อถือเป็นหลักในการพิจารณา อย่างอาชีพนักบัญชีที่ไม่ใช่ทุกคนจะสื่อสารกับลูกค้าอย่างไรให้เข้าใจและตกลงกับเงื่อนไขหรือกลับมาใช้บริการเราซ้ำอีก
วันนี้เรามีบทความที่น่าสนใจมาแชร์กันค่ะ โดยคุณหนึ่งฤทัย ดารดาษ (รักษาการผู้จัดการฝ่ายบริการบัญชี 3) ผู้ที่มากประสบการณ์จากการเสนอขายบริการทางด้านวิชาชีพบัญชีว่ามีเทคนิคอะไรบ้าง ที่สามารถครองใจลูกค้าได้อยู่หมัด!

1. คนสำคัญ คงจะไม่มีความภาคภูมิใด ๆ ที่ลูกค้าจะรู้สึกดีและประทับใจเท่ากับวินาทีที่เป็นคนสำคัญที่สุด คนสำคัญ คือ คนพิเศษ คนที่เราอยากใกล้ชิด อยากดูแล อยากเอาใจใส่ การให้บริการกับคนพิเศษหรือคนสำคัญก็เช่นกัน เราจะคัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาเสมอ การจำลองตัวเราเป็นลูกค้า จะทำให้คิดได้ว่า ลูกค้าอยากได้รับบริการอะไรจากเราเป็นพิเศษเราก็ควรตอบสนองสิ่งนั้นโดยทันที ขอย้ำคำว่า โดยทันที เพื่อให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า เช่น ช่วงเวลาที่ลูกค้ามาติดต่อเสมอๆ เครื่องดื่มที่ลูกค้าชอบดื่มเป็นประจำ หรือวันสำคัญของลูกค้า ก็เพื่อแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าเราสนใจ เราใส่ใจ เราอยากรู้จัก และเป็นคนสำคัญของเรา ความพิเศษที่เราจะได้รับตอบจากลูกค้า หลังจากมอบความเป็น “คนสำคัญ” คือลูกค้าจะให้ความใกล้ชิดและความไว้วางใจเรามากขึ้นความไว้วางใจคือ พื้นฐานของสัมพันธภาพระยะยาว ยามใดก็ตามที่ลูกค้าประสบปัญหา ลูกค้าจะมองหาคนที่ “ไว้วางใจ” ก่อนเสมอ เมื่อต่างฝ่ายต่างเป็นคนสำคัญของกันและกัน การทำงานก็ย่อมราบรื่นเสมอ

2. วิชาการต้องแน่น เทคนิคต้องเพียบ ด้วยงานวิชาชีพ ความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เมื่อไหร่ก็ตามถ้าหากลูกค้ามีปัญหาหรือมีคำถามที่สอบถามเราแล้วเราตอบคำถามเหล่านั้นไม่ได้ ความน่าเชื่อถือของเราละลดลง ดังนั้นนักวิชาชีพจำเป็นจะต้องมีความรอบรู้ทั้งในสายงานของตนเอง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องทันต่อเหตุการณ์ด้วย


3. ปัญหาของลูกค้า คือ งานของเรา ปัญหาของลูกค้าอาจเกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อลูกค้ามีปัญหา เขาจะนึกถึงเราเพราะเขามองว่าเป็นที่พึ่ง หากลูกค้าติดต่อมาเพื่อแจ้งปัญหา ขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะช่องทางใดก็ตาม ถ้าเราสามารถทำให้ลูกค้าติดต่อได้อย่างรวดเร็ว หลายช่องทาง ไม่สร้างความหงุดหงิดในระหว่างการพยายามติดต่อ เต็มใจและเต็มที่ในการแก้ปัญหา ไม่หนีปัญหา ไม่บ่ายเบี่ยง ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงที่ ปัญหาเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่.. และประเด็นก็ไม่ใช่เรื่องที่ว่า ปัญหาแก้ไขให้ได้หรือไม่ได้... แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่เราพยายามที่จะช่วยแก้ปัญหาให้เขาหรือไม่ "จงคิดซะว่า ลูกค้าคือครูผู้ให้ เราเรียนรู้ปัญหาและการแก้ปัญหาจากลูกค้า"

หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกท่านไม่ว่าจะสายอาชีพไหน ความจริงใจและซื่อสัตย์สุจริตพึงมีในทุกสายอาชีพนะคะ

 

บทความโดย : นางสาวณัฐชา คำภา ประจำสำนักคณะกรรมการบริหาร