การรับมือเศรษฐกิจชะลอตัว สังคมสูงวัย และกฏหมายภาษีดิจิทัล

ข่าวสารด้านบัญชีและภาษีอากร

ข่าวสารด้านบัญชีและภาษีอากร

 

     ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตแบบชะลอตัว ประกอบกับการก้าวเป็นสังตมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ของประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและปัญหาขาดแครนแรงงาน ในขณะเดียวกันภาครัฐและกรมสรรพากรได้ยกระดับมาตรฐานการค้าสากลและการกำกับดูแลผ่านนโยบายความโปร่งใสทางภาษีดิจิทัล

     การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ โครงสร้างสังคม และการกำกับดูแลของภาครัฐ ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นห่วงโซ่ต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทย เมื่อเศรษฐกิจกดดันให้ธุรกิจต้องลดต้นทุน แต่แรงงานที่มีทักษะเริ่มหายากและต้องการค่าตอบแทนสูง ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวสู่ระบบดิจิทัล ซึ่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านนี้ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากนโยบายภาครัฐในรูปแบบสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และมาตรฐานการลดหย่อนภาษีจากกรมสรรพากร การบูรณาการงานบัญชี ภาษีและงานบุคคลจึงเป็นทางรอดของธุรกิจยุคนี้

     ในอดีต ผู้ประกอบการมักมองเรื่อง “บัญชีและภาษี” เป็นเรื่องการทำเอกสารตามกฏหมายและมอง “งานบุคคล” เป็นเพียงการจ่ายเงินเดือนและบริหารพนักงาน แต่ในสภาวะปัจจุบันมิติเศรษฐกิจ สังคม นโยบายและการเมือง ต่างเปลี่ยนแปลงและส่งผลอย่างมีนัยสำคัญ

- มิติเศรษฐกิจ: ความผันผวนของกำลังซื้อและสภาพคล่องบังคับให้ธุรกิจต้องบริหารเงินสดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

- มิติสังคม: โครงสร้างประชากรไทยได้ก้าวเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (มีสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ) ทำให้จำนวนคนวัยทำงานลดลงเกิดการแย่งชิงบุคลากรที่มีทักษะ ส่งผลให้ต้นทุนบุคลากรสูงขึ้น เมื่อเทียบกับผลิตภาพและภาระงานประจำต่อพนักงานเพิ่มขึ้น

- มิตินโยบายและการเมือง: รัฐบาลเร่งเก็บภาษีอย่างเป็นระบบผ่านฐานข้อมูลดิจิทัล และบังคับใช้เกณฑ์การค้าความยั่งยืน (ESG) ตามมาตรฐานสากล ธุรกิจจึงจำเป็นต้องปรับตัวสู่ระบบดิจิทัลเพื่อลดขั้นตอนงานทางบัญชี สร้างความโปร่งใส และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริการสู่ระดับการบริการสู่ระดับมาตรฐานสากล

     ธุรกิจในปัจจุบันจึงไม่ควรวางแผนงาน “แบบแยกส่วน” เพื่อปรับระบบภาษีโดยไม่ปรับการทำงานของพนักงาน หรือลดแรงงานโดยไม่นำเทคโนโลยีมาช่วย แต่ควรวางแผน “แบบบูรณาการ” ดังระบบดิจิทัล งานบัญชี ภาษี และงานบุคคลเข้าด้วยกัน เพื่อประโยชน์ด้านสมรรถนะกิจการเพราะมีการเงินที่โปร่งใส ช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่านขึ้น ประโยชน์ด้านบัญชีและภาษีที่มีการทำงานที่ถูกต้องตรวจสอบได้ ได้รับสิทธิลดหย่อนหรือข้อยกเว้นภาษีตามมาตรการภาครัฐ ตลอดจนประโยชน์ด้านงานบุคคลที่ภาระงานเอกสารลดลงพนักงานมีเวลามากขึ้นในการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์และให้บริการ

ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ

- การยกระดับงานบัญชีและภาษีสู่ระบบดิจิทัล โดยศึกษาแนวทางและระบบที่ได้รับการรับรองจากรมสรรพากร เพื่อเปลี่ยนจากการออกเอกสารกระดาษมาใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt เพื่อความรวดเร็ว ลดต้นทุนแฝงและรองรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ

- การจัดการความเสี่ยงทางภาษีและบัญชี โดยตรวจสุขภาพของกิจการร่วมกับการยกเลิกพฤติกรรมการลงรายการนอกระบบ เพื่อลดความเสี่ยงจากการบิดเบือนข้อมูลและช่วยสะท้อนของสถานะกิจการที่แท้จริง

- การใช้ประโยชน์มาตรการส่งเสริมการลงทุน โดยตรวจสอบเงื่อนไข และเข้าร่วมโครงการน “มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry)” กับสำนักงาน BOI

- การปรับโครงสร้างสวัสดิการและการพัฒนาทักษะพนักงาน โดยจัดสวัสดิการที่สอดคล้องกับพนักงานและกฎหมาย เช่น การนำค่าใช้จ่ายฝึกอบรมมาลดหย่อนภาษี และการถ่ายโอนงานประจำบางส่วนแก่ผู้ให้บริการภายนอก

 

จาก E-Newsletter ข่าวสารการบัญชีและทรัพยากรบุคคล ฉบับที่ 11 (2569-3)

ที่มาของข้อมูล

- กรมสรรพากร

- สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ

- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน