ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2569 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในภาคครัวเรือน และสนับสนุนการลงทุนด้านการอนุรักษ์พลังงานของภาคธุรกิจและประชาชน
สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือ การให้สิทธิ ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา ดาดฟ้า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ใช้เพื่ออยู่อาศัยหรือใช้สอยได้ และต้องเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยยกเว้นตามที่จ่ายจริง แต่รวมแล้ว ไม่เกิน 200,000 บาท
ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิต้องเป็นการจ่ายค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งสำหรับ 1 ระบบ ที่จ่ายตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 และสามารถใช้สิทธิได้เพียง หนึ่งครั้ง ในปีภาษีที่เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ รวมถึงห้ามนำค่าใช้จ่ายส่วนเดียวกันไปใช้สิทธิยกเว้นภาษีตามมาตรการอื่นซ้ำอีก
นอกจากนี้ กฎหมายยังเปิดทางให้ บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ในกรณีลงทุนในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง หรือวัสดุและอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงานที่ช่วยให้เกิดการประหยัดพลังงาน โดยให้ยกเว้นได้ในจำนวน ร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไป สำหรับการลงทุนที่เกิดขึ้นภายในช่วงเวลาตั้งแต่กฎหมายมีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
สำหรับอุปกรณ์ที่จะเข้าข่ายมาตรการดังกล่าว ต้องได้รับการรับรอง ฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานระดับ 5 ดาว จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขณะเดียวกัน การใช้สิทธิต้องจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กฎหมายกำหนด
พระราชกฤษฎีกายังกำหนดด้วยว่า ค่าใช้จ่ายที่นำมาใช้สิทธิยกเว้นภาษีตามมาตรการนี้ จะไม่สามารถนำไปใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงฉบับอื่นได้อีก ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และต้องไม่เป็นค่าใช้จ่ายในกิจการที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน กฎหมายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
ในหมายเหตุท้ายพระราชกฤษฎีกา ระบุว่า เหตุผลของการออกกฎหมายฉบับนี้ เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าภาคครัวเรือน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยั่งยืนด้านพลังงานของประเทศ และสอดรับกับเป้าหมายด้านความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของไทย
ขอขอบคุณที่มา : กรมสรรพากร, พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 มาตรการภาษีติดตั้ง Solar Rooftop และส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน