เตรียมแผนประมูลขายไฟฟ้าพลังงานทดแทนกลางปีนี้

ข่าวสารด้านบัญชีและภาษีอากร

ข่าวสารด้านบัญชีและภาษีอากร

 

 

          นายทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า ในขณะนี้กระทรวงฯกำลังเตรียมแผนจะเปิดประมูลหรือการให้เอกชนเสนอแข่งขันราคาขายไฟฟ้าพลังงานทดแทนภายใต้ข้อกำหนดของภาครัฐ ซึ่งอาจจะเป็นการเสนอส่วนลดจากเงินอุดหนุนในรูปแบบFIT หรือรูปแบบอื่นใครเสนอต่ำสุดก็ได้ก่อสร้างไป บนพื้นฐานการจัดพื้นที่หรือโซนนิ่งที่กำหนดโดยในขณะนี้3 การไฟฟ้ากำลังพิจาณาเรื่องศักยภาพสายส่งและโซนนิ่งพื้นที่ซึ่งจะกำหนดแล้วเสร็จในเร็วๆนี้

 

          สำหรับการเปิดบิดดิ้งจะเปิดได้กลางปีนี้จะเป็นพลังงานชีวมวลชีวภาพและขยะเป็นหลักส่วนโซลาร์ฟาร์มไม่น่าจะมีการเปิดซื้อไฟฟ้าในปีนี้เพราะโครงการค้างท่อ1013 เมกะวัตต์จะปิดแจ้งย้ายพื้นที่ในวันพรุ่งนี้โดยส่วนใหญ่แจ้งว่าจะดำเนินการต่อเกือบทั้งหมด

 

          ด้านสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานพาสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่จังหวัดลำปางขนาดใหญ่สุดในอาเซียน90 เมกะวัตต์เป็นระบบหมุนตามแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้า

 

          นายสมโภชน์. อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์หรืออีเอระบุว่าโครงการนี้สร้างรายได้ประมาณ2 พันล้านบาทต่อปี โดยส่งไฟฟ้าเข้าระบบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์2558และเมื่อรวมกับโครงการอื่นๆบริษัทจะมีรายได้ในปีนี้ไม่ต่ำกว่า9 พันล้านบาท .ซึ่งรายได้อื่นๆมาจากโรงงานผลิตไบโอดีเซลที่จ.ปราจีนบุรี, โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ที่ลพบุรี8 เมกะวัตต์และอีก90 เมกะวัตต์ที่จังหวัดนครสวรรค์

 

          ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2558 ว่า บริษัทตั้งงบลงทุนในปีนี้ 18,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์  90 เมกะวัตต์ใน จังหวัดพิษณุโลก มูลค่าลงทุนประมาณ 8,500 ล้านบาท เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าได้ในช่วงต้นปี 2559 นอกจากนี้ ยังมีแผนการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการ ขนาดรวม 126 เมกะวัตต์ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 2 โครงการ และสงขลาอีก 1 โครงการ มูลค่าลงทุน 9,500 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถทะยอยเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าในเฟสแรกได้ตั้งแต่ต้นปี 2559 เป็นต้นไป. โดยเมื่อโครงการแล้วเสร็จในปี2561จะมีกำลังผลิตรวม664 เมกะวัตต์

 

          “การลงทุนในอนาคตบริษัทก็หาลู่ทางตลอดเช่นโรงไฟฟ้าในเมียนมาร์ การต่อยอดมูลค่าเพิ่มในสายโซ่ของปาล์มและไบโอดีเซล แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน”นายสมโภชน์กล่าว

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย